ไมโครซอฟต์ได้เริ่มต้นพัฒนา XNA มานานหลายปีแต่ไม่เป็นที่เปิดเผย จนกระทั่งปี 2004 ไมโครซอฟต์ได้ทำการเปิดตัว XNA เป็นครั้งแรกในงาน GDC (Game Developer Conference) ซึ่งเป็นงานสัมมนาประจำปีของนักพัฒนาเกมที่ใหญ่ที่สุด
XNA เป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนาเกมที่ต่างจาก DirectX เนื่องจาก XNA ไม่ได้เป็นแค่เพียง framework เหมือนกับ DirectX แต่ยังรวมเอาเครื่องมือสำหรับพัฒนาเกมมาด้วยอีกหลายอย่าง ซึ่งรวมถึง IDE (Integrated Development Environment) ที่พัฒนามาจาก Microsoft Visual Studio ด้วย เครื่องมือเหล่านี้ทำให้การพัฒนาเกมสะดวกขึ้นมาก
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเปิดตัวในปี 2004 แล้ว XNA ก็เงียบหายไป แม้กระทั่งการเปิดตัว Xbox 360 ในงาน E3 ในเดือนพฤษภาคม 2004) ก็ไม่มีอะไรให้เห็น จนกระทั่งปลายปี 2005 ไมโครซอฟต์ก็ออก DirectX 10 สำหรับพัฒนาเกมในวินโดว์สวิสต้า ซึ่งเป็นสัญญาณว่า XNA นั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่จะมาแทน DirectX ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ก็ชัดเจนขึ้นเมื่อไมโครซอฟต์ก็ออก XNA (Build March 2006 CTP) มาให้นักพัฒนาเกมได้ทดลองใช้กันตอนต้นปี 2006
XNA เวอร์ชั่นแรกนี้มีเครื่องมือสำหรับ build ที่เรียกว่า XNA build มีลักษณะการทำงานคล้ายกับ Ants ซึ่งเหมาะสำหรับการ build project ขนาดใหญ่ ซึ่งไมโครซอฟต์ได้แสดงให้เห็นความสามารถนี้โดยการเผยแพร่ source code ของ MechCommander 2 ออกมาพร้อมกันนี้ด้วย ซึ่งเป็นการแสดงศักยภาพของ XNA ได้เป็นอย่างดี แต่บรรดานักพัฒนาก็ไม่ได้ให้ความสนใจต่อ XNA มากนัก โดยเฉพาะนักพัฒนาขนาดกลางและขนาดเล็ก
จนกระทั่งเดือนสิงหาคม 2006 ไมโครซอฟต์ก็ได้จัดงาน Gamefest Conference (งานสัมมนาใหม่สำหรับนักพัฒนาเกมซึ่งจัดโดยไมโครซอฟต์เอง) และได้ออก XNA Game Studio Express beta 1 ในวันที่ 30 สิงหาคม 2006 ในเวอร์ชั่นนี้มี starter kit (ตัวอย่างสำหรับเป็นต้นแบบพัฒนาเกม) มาด้วยหนึ่งเกม คือ "Space Wars" แต่ XNA เวอร์ชั่นนี้ก็มีความสามารถทางด้าน 3D จำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ import 3D model ซึ่งไม่มีเครื่องมือให้ทำได้โดยสะดวก ทำให้ XNA ในตอนนั้นเหมาะสำหรับการพัฒนาเกม 2D ขนาดเล็กเท่านั้น
ในที่สุดเมื่อเดือนธันวาคม 2006 ไมโครซอฟต์ก็ออก XNA Game Studio เวอร์ชั่นสมบูรณ์ออกมาโดยมี Content Pipeline ที่ทำให้การ import กราฟฟิกและ 3D model ทำได้สะดวกมากขึ้น
นักพัฒนาเกมเริ่มให้ความสนใจ XNA อย่างจริงจังเนื่องจากปัจจัยสองประการ ปัจจัยแรกคือเป็นเครื่องมือพัฒนาเกมที่ดีและแจกฟรี แต่ประการสำคัญคือการที่ไมโครซอฟต์ได้ทำให้เกมที่สร้างขึ้นจาก XNA นี้เล่นได้ทั้งในพีซีและเครื่องเล่นเกม Xbox 360 (โดยนักพัฒนาต้องเสียค่าสมาชิก "Creators Club" ปีละ 99 เหรียญสหรัฐ)
นอกจากนี้ไมโครซอฟต์ก็ประกาศว่าในกลางปี 2007 นี้ (น่าจะเป็นในงาน Gamefest 2007) จะออก XNA Game Studio Professional สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการพัฒนาเกมขนาดใหญ่โดยใช้ XNA และจะออก XNA Studio ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับบริษัทเกมขนาดใหญ่ (ระดับ AAA Studio) โดยเฉพาะด้วย
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DirectX แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DirectX แสดงบทความทั้งหมด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)